โค้ชไม่ได้ “ก็” ไม่ต้องโค้ช

Posted: March 1, 2013 in Coaching Foundation

OraStopSign_083012_CN_tif_กระแสการโค้ชงานในองค์กรนับว่ามาแรงขึ้นทุกวัน โดยเห็นได้จากโปรแกรมการโค้ชงานทั้งสั้นและยาวที่นำเสนอกันมากขึ้น มีการพูดคุยกันบ่อยขึ้นเกี่ยวกับหัวหน้างานที่ต้องรู้บทบาทการเป็นโค้ชงานนอกเหนือไปจากบทบาทการเป็นผู้จัดการ  คุณสมบัติการเป็นโค้ชที่ผู้นำทุกคนในปัจจุบันต้องมีและเรียนรู้ การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ฯลฯ

ส่วนกระแสการโค้ชงานนอกองค์กรเราก็จะได้ยินการโค้ชงานประเภทต่างๆ หลากหลายประเภทโผล่ขึ้นมามากมายจนนับไม่ท้วน พร้อมๆ กับจำนวนผู้ใช้คำว่า “โค้ช” ขึ้นหน้าตัวเองที่เกิดขึ้นใหม่แทบจะรายวัน

ไม่ว่าการโค้ชงานที่พูดถึงนี้จะมีความหมายเดียวกันหรือถูกต้องมากแค่ไหน จะเห็นได้ว่ากระแสการโค้ชงานดังกล่าวหลั่งไหลเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่องจนทำให้เราเห็นว่า “การโค้ชงานน่าจะไม่ใช่แค่เทรนด์การบริหารงานฮอตฮิตตัวใหม่ แต่น่าจะเป็นข่าวดีของการค้นพบวิธีการที่ช่วยทำให้การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้นำเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมอันส่งผลให้ผู้ตามหรือผู้ที่ได้รับการโค้ชสามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองได้อย่างยั่งยืน” ซึ่งนับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามการโค้ชงานไม่ใช่ยาวิเศษขนานใหญ่ที่จะใช้รักษาได้ทุกโรค เพราะบางสถานการณ์การโค้ชงานก็อาจส่งผลที่เป็นโทษแทนที่จะเป็นคุณ เปรียบเสมือนการใช้ยาซึ่งไม่มีใบสั่งยาโดยเภชัสกรที่ผ่านการรับรอง

ลองมาดูสถานการณ์ต่อไปนี้ที่เรา “ไม่ควรใช้” หรือ “ต้องระมัดระวังในการใช้” การโค้ชงานกันครับ

1.  เมื่อเขาขาดความรู้ ทักษะ หรือความสามารถที่เฉพาะเจาะจง

ถ้าคุณจะโค้ชใครซักคนหรือถ้าใครซักคนต้องการให้คุณโค้ช ลองตรวจสอบดีๆ ก่อนว่าที่จริงแล้วเขาขาดความรู้ ทักษะหรือ ความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเปล่า เช่น ผู้ที่เริ่มงานใหม่และยังขาดความรู้เกี่ยวกับระเบียบบริษัทหรือความรู้ในงานที่เขาต้องรับผิดชอบ ผู้ที่อยากจะมีทักษะการเจรจาต่อรอง เพราะที่กล่าวมานั้นเป็น ความรู้เกี่ยวกับความจริง (fact-based knowledge) และ ความรู้เกี่ยวกับทักษะ (skill-based knowledge) ซึ่งต้องใช้ การฝึกอบรม (training) ไม่ใช่การโค้ชงาน ในที่นี้หมายถึงคุณไม่ควรใช้คำถามกับสิ่งที่เขายังไม่รู้ว่างั้นเถอะ และการโค้ชงานก็ไม่ใช่การแนะนำในสิ่งที่เขายังไม่รู้เช่นกัน ความรู้ที่เกี่ยวกับการโค้ชงานจะเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับปัญญา (insight-based knowledge) ที่เขาเห็นเหตุปัจจัยในสิ่งนั้นๆ ด้วยตนเอง

2. เมื่อปัญหาของเขาเกิดจากการขาดปัจจัยหลักต่างๆ

ถ้าปัจจัยภายนอกเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่สามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการได้ เช่น ขาดงบประมาณ ขาดอุปกรณ์ ขาดทรัพยากร ฯลฯ ที่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเขาและมีผลกระทบกับเป้าหมายที่ต้องการ การโค้ชงานก็อาจเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามในกรณีเช่นนี้โค้ชอาจมีวิธีถามให้โค้ชชี่ตั้งเป้าหมายว่าเมื่อขาดปัจจัยหลักดังกล่าวแล้วจะหาสิ่งใดมาทดแทนการโค้ชงานได้

3. เมื่อคุณไม่ได้รับการยินยอมหรือการอนุญาตจากเขา

การโค้ชงานขึ้นอยู่กับความไว้วางใจกันระหว่างโค้ชกับโค้ชชี่เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โค้ชชี่เปิดใจและเปิดความคิดที่จะสะท้อนถึงทัศนคติและการกระทำของตน ก่อนที่จะทำการโค้ชงาน โค้ชต้องขอความยินยอมหรือขออนุญาตจากโค้ชชี่เสียก่อนโดยใช้ถ้อยคำ เช่น คุณต้องการที่จะคุยกันถึงเรื่องนี้หรือไม่ คุณต้องการได้รับการโค้ชในเรื่องนี้หรือไม่ คุณสนใจที่จะใช้เวลาคุยกันในเรื่องนี้เพื่อหาทางออกกันหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ผมขออนุญาตพูดคุยกับคุณในเรื่องนี้นะครับ เมื่อการโค้ชงานดำเนินไปจนถึงจุดที่มีความละเอียดอ่อน โค้ชต้องทำการขอความยินยอมหรือขออนุญาตโค้ชชี่ที่จะเข้าไปถึงเรื่องนั้นๆ อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการไม่ยินยอมจากเขาถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาเป็นคำพูดก็ตาม โค้ชที่ไม่ได้รับการยินยอมมักโค้ชกันไปไม่ได้ไกล

4. เมื่อเขาไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง

ปกติเมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น  ย่อมมีการต่อต้านจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้นเสมอ  กล่าวคือในระยะแรกที่เป็นการสร้างการยอมรับ (unfreezing)  จะมีการต่อต้านออกมาในลักษณะสร้างกลไกป้องกันตนเอง (defense mechanism)  เช่น พยายามปฏิเสธโดยกล่าวว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็ดีอยู่แล้วและไม่เห็นมีปัญหาอะไร  ส่วนในระยะดำเนินการเปลี่ยนแปลง  การต่อต้านจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น  เช่น ไม่ร่วมมือ ต่อต้าน เป็นต้น การโค้ชจะไม่เกิดขึ้นเมื่อเขาไม่อยากเปลี่ยนแปลง ไม่รับการเปลี่ยนแปลง หรือต่อต้านที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะการโค้ชเป็นกระบวนการภายใน (internalization) จากการที่โค้ชชี่ค้นพบตนเอง (self-discovery) โดยการเรียนรู้แบบชี้นำตน (self-directed learning) การที่เขาไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงนี้นับว่าเป็นความสามารถในการรับการโค้ชของโค้ชชี่ที่เรียกว่า coachability)

5. เมื่อทั้งคู่มีเวลาจำกัดมาก

การโค้ชงานเป็นสิ่งที่ใช้เวลามากกว่าการชี้แนะ แนะนำ สั่งให้ทำ อย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่รีบเร่ง การโค้ชงานก็ย่อมไม่เหมาะสมเพราะเท่ากับการสร้างแรงกดดันให้กับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามการโค้ชงานอาจแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ การโค้ชงานแบบสั้นไม่เป็นทางการ (small coaching) ที่โค้ชใช้คำถามหรือให้ข้อมูลป้อนกลับ (แทนที่จะชี้นำแนะนำ) ในสถานการณ์นั้นๆ เช่น หัวหน้างานมีการพูดคุยในเรื่องงานกับลูกน้องโดยใช้การจับประเด็น การถาม การทำความกระจ่าง ไม่กี่ประโยค ส่วนอีกประเภทจะเป็นการโค้ชงานแบบมีกำหนดเวลามากขึ้นและเป็นทางการ (big coaching) ข้อสังเกตคือโค้ชที่มีประสปการณ์จะสามารถหลีกเลี่ยงการ การชี้แนะ แนะนำ ให้คำปรึกษา ได้แทบทุกกรณี และอย่างไรก็ตามการไม่มีเวลามักใช้เป็นข้ออ้างของผู้ที่ไม่สามารถกระตุ้นความคิดอย่างสร้างสรรค์ให้กับผู้อื่นโดยผ่านการโค้ชงาน

6. เมื่อคุณยังขาดคุณสมบัติการเป็นโค้ชที่มีประสิทธิภาพ

การโค้ชงานเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ใช้เวลาและประสบการณ์ในการเรียนรู้ ไม่ใช่ใครคิดว่าจะลุกขึ้นมาเป็นโค้ชก็เป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการโค้ชงานต้องมีการตกผลึกจากชั่วโมงบินการโค้ชหลายๆ ครั้ง หลายๆ คน จึงจะมั่นใจในคุณภาพการโค้ช นอกจากนั้นกระบวนการ รูปแบบ โค้ช และ เทคนิคการโค้ชก็เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างมากให้กับผู้ที่สนใจเป็นโค้ช ถ้าคุณยังขาดทักษะการเป็นโค้ชที่มีประสิทธิภาพมันก็ไม่แตกต่างอะไรกับการที่คุณเป็นได้เพียงผู้แนะนำ การเป็นพี่เลี้ยง หรือที่ปรึกษา ทางแก้ในกรณีนี้คือคุณอาจให้ผู้อื่นโค้ชแทนไปก่อน เช่น โค้ชในองค์กร หรือ โค้ชจากภายนอก

นอกเหนือจากข้างต้นนี้ ถ้าโค้ชมีจิตใจไม่อยู่ภาวะว่างเปล่า ไม่มีสติที่พร้อม หรือ ไม่มีสมาธิ ก็ย่อมไม่สามารถโค้ชกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน เพราะการฟังและคำถามที่โค้ชใช้มักเป็นคำถามนำที่มาจากความคิดของเขาและอาจใช้เพื่อพิพากษา ชี้นำ แนะนำ ให้แนวทาง ให้คำปรึกษาผู้อื่น

สุดท้ายถ้ายังไม่แน่ใจว่าอะไรที่โค้ชได้อะไรที่โค้ชไม่ได้ ผมแนะนำให้ใช้หลักการพิจารณาว่า “การโค้ชงานเป็นเรื่องของ HOW มากกว่า WHAT”

ด้วยความปรารถนาดีจาก โค้ชเทอดทูน ไทศรีวิชัย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s