ทำอย่างไรเมื่อต้อง..โค้ชพี่มากพระโขนง

Posted: September 7, 2013 in Uncategorized

Mak Finalในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเกิดสงครามจนทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ “มาก” จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ระหว่างสงคราม มากได้พบและช่วยชีวิตเพื่อนทหารเกณฑ์สี่คนคือ เต๋อ เผือก ชิน และ เอ จนท้ายที่สุดทั้งห้าก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อสงครามยุติ มากจึงชวนให้ทั้งสี่ไปเยี่ยมบ้านของเขาที่พระโขนง

เมื่อถึงพระโขนง มากแนะนำให้เพื่อนทั้งสี่คน รู้จักกับ “นาค” เมียสาวแสนสวยของเขา และยังมี “แดง” ลูกชายวัยแรกเกิดของมากด้วย เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ตัดสินใจอยู่ที่พระโขนงสักระยะโดยอาศัยที่บ้านหลังเก่าฝั่งตรงข้ามบ้านมาก

ขณะนั้นมีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่านาคเป็นผีตายทั้งกลม โดยต้นตอมาจากยายเปรียกเจ้าของร้านยาดองปั่น ทั้งสี่ไม่เชื่อจึงพยายามพิสูจน์ด้วยวิธีการต่างๆ ต่อมายายเปรียกผู้ปล่อยข่าวลือเกิดจมน้ำตายลอยขึ้นอืดอย่างน่าสยดสยอง ทำให้เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ปักใจเชื่อว่านาคเป็นผีแน่ๆ

ทั้งสี่ไม่กล้าบอกมากตรงๆ เนื่องจากกลัวจะต้องพบจุดจบแบบเดียวกับยายเปรียก แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่มากเคยช่วยชีวิตจากสงคราม พวกเขาจึงต้องตัดสินใจบอกความจริงให้มากรู้ “เพราะคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้”

ส่วนมากเองก็เริ่มสงสัยว่านาคยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จึงแอบใช้วิธีมองลอดหว่างขาตนเองตามที่เต๋อเคยบอกให้ฟัง แล้วก็ได้พบว่าเมียของเขาตายไปแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่เขาเสียใจจนทำใจและรับสิ่งนี้ไม่ได้

** เต๋อช่วยมากมองให้เห็นปัญหาหรือประเด็นที่เกิดขึ้น **

เต๋อ เผือก ชิน และ เอ พยายามช่วยมากให้พ้นจากปัญหานี้ เต๋อเจ้าความคิดได้อาสาเป็นโค้ชให้มากโดยเริ่มจากขั้นที่ 1 ที่จะช่วยมากมองให้เห็นปัญหาหรือประเด็นที่เกิดขึ้น

โค้ช (เต๋อ) : มากเอ็งจะเอายังไงกันดีกับเรื่องนี้ดีวะ พวกข้าสี่คนเป็นห่วงเอ็ง

โค้ชชี่ (มาก) : ข้าก็ไม่รู้ว่ะ ข้าสับสนทำอะไรไม่ถูก ข้าอยากจะอยู่กับนาคแต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กันได้อย่างไรเพราะพวกเอ็งก็บอกมาให้ข้าฟังเต็มหูอยู่แล้วว่าคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้

โค้ช (เต๋อ) : เอ็งพูดถึงปัญหานี้อย่างกับว่าเอ็งทำอะไรกับมันไม่เลยได้หรือไงวะ เอ็งลองหาวิธีคิดถึงปัญหานี้แบบให้มีให้ทางออกซักหน่อยสิมาก

โค้ชชี่ (มาก) : ตอนนี้ข้านึกอะไรไม่ออกมึนตึ้บไปหมดแล้วว่ะเต๋อ ข้าไม่อยากคิดถึงอะไรเลย ข้ากลัวที่จะคิดด้วยซ้ำไปว่ะ เอ็งอย่ามาคาดคั้นข้านักเลย

** เต๋อช่วยมากตั้งเป้าหมาย **

โค้ช (เต๋อ) : มากข้าก็เห็นใจเอ็งแล้วก็สงสารนาคมันมากว่ะ เออ..งั้นเอ็งคิดว่าทำยังไงเอ็งถึงจะไม่กลัวที่จะต้องคิดถึงเรื่องนี้วะ

โค้ชชี่ (มาก) : อืมมมม…ข้าก็ต้องกล้าสู้กับความจริงมั้งเต๋อ ถ้าไม่กลัว” ข้าก็ต้อง “กล้า” สู้กับความจริงทำนองนั้นอย่างงั้นไม๊วะเต๋อ

โค้ช (เต๋อ) : เออใช่ ข้าก็เห็นเอ็งกล้าสู้กับข้าศึกมากมายมากับตาแล้ว ตอนนี้กล้าสู้กับความคิดตัวเองก็คงน่าจะพอไหว

โค้ชชี่ (มาก) : ขอบใจว่ะเต๋อที่เข้าใจข้า

โค้ช (เต๋อ) : เอาล่ะมาก เอ็งกับข้ามาช่วยกันตั้งสติให้ดีๆ ตอนนี้เอ็งคิดว่าจริงๆ แล้ว อยากจะได้อะไรวะ

โค้ชชี่ (มาก) : ข้า….ก็อยากจะอยู่กับนาคเมียของข้า แม่ของได้แดงว่ะเต๋อ

โค้ช (เต๋อ) : งั้น….ข้าก็พยายามเอาใจช่วยเอ็งมากเราเพื่อนกันนี่หว่า แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เอ็งอยากได้ล่ะ ข้าแค่ถามเผื่อๆ ไว้

โค้ชชี่ (มาก) : ถ้าชาตะชีวิตของข้ากับนาคถูกกำหนดมาเป็นอย่างนี้ ข้าก็คงต้องปลง แต่ตอนนี้ข้ายังอยากหาทางออกให้ได้ดีกว่านั้นว่ะเต๋อ เอ็งต้องช่วยข้านะเพราะขนาดตอนนี้ข้าก็กลัวนาคอย่างพูดไม่ถูกเลย แค่คิดถึงข้าก็ตัวสั่นแล้ว

โค้ช (เต๋อ) : งั้นเรามองลองหาทางกันก่อน ได้ไม่ได้อย่างไงค่อยว่ากันนะมาก แล้วข้าเอง ไอ้เผือก ไอ้ชิน ไอ้เอ ก็ต้องขอโทษที่ตอนแรกไปโวยวายกับเอ็งว่าคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้

** มากพยายามหาทางออก **

เต๋อเอาใจช่วยโดยการใช้คำถามกระตุ้นมากให้หาทางออกด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าตอนแรกฟังๆ ดูจะเป็นความคิดที่แย่หรือฟังดูงี่เง่าแค่ไหนก็ตามเขาก็อดทน

คำถามที่เต๋อใช้จะเป็นคำถามที่ไม่เข้าไปกระทบกระเทือนอารมณ์ของมากและเป็นคำถามที่ไม่ทำให้มากไปติดอยู่กับปัญหา แต่จะเป็นคำถามที่มุ่งให้มากหาทางออกเสียมากกว่า

ตลอดเวลาการโค้ชเต๋อพยายามให้มากคิดเองก่อน เขาสังเกตเห็นว่าตอนแรกมากก็จะคิดไม่ออกหรือไม่ชอบที่จะคิด แต่เมื่อมากเริ่มผ่อนคลายจากการให้กำลังใจของเต๋อและเริ่มคุ้นเคยกับการคิดหาทางออก เขาก็เริ่มสามารถคิดเองได้ดีขึ้น เมื่อมากคิดออกมาได้บ้างแล้วเต๋อก็อาจช่วยคิดเป็นการระดมสมองบ้าง อย่างไรก็ตามเต๋อตั้งใจไว้แล้วว่าอย่างไรก็ตามเขาก็จะไม่ใช้วิธีแนะนำมากเพราะว่าทำไปก็ไม่ได้มาจากความคิดของมากเอง

ในที่สุดมากก็หาทางออกได้ดังต่อไปนี้

ก. “ตายตามนาคไปด้วยเพื่อจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างผีๆ”

ข. “หาวิธีย้อนกลับไปในอดีตก่อนเวลาที่ตนไปเป็นทหารเพื่ออยู่กับนาคและนาคจะได้ไม่ตาย”

ค. “อยู่ๆ กันไปแบบผีกับคนอย่างนี้แหละ”

ง. “ตัดใจจากนาคแล้วหาเมียใหม่มาเลี้ยงไอ้แดง”

จ. “บวชเป็นพระกับหลวงพ่อลืมๆ เรื่องทางโลกซะ”

ฉ. “บอกให้นาคเข้าใจแล้วไปผุดไปเกิดซะ”

ช. “ยุให้นาคชอบเต๋อ เผือก ชิน หรือ เอแล้วเอาคนใดคนหนึ่งไปอยู่ด้วยแทนตนเอง”

** มากวิเคราะห์ทางเลือกต่างๆ **

ขั้นตอนนี้เป็นหน้าที่ของมากที่ต้องพิจารณาจุดดีและจุดด้อยของทางเลือกแต่ละทางที่มาจากการระดมสมองกับเต๋อ

เต๋อในฐานะโค้ชได้เสนอมากให้คะแนนแต่ละทางเลือกทั้งหลายในอัตรา 0-10 โดยดูจาก “ความน่ามีเหตุผล เป็นไปได้ พอเข้าที น่าจะเป็นจริง” โดย 0 น้อยสุด และ 10 มากสุด

ก. ตายตามนาคไปด้วยเพื่อจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างผีๆ

“เอ่อ มันดูแรงอยู่นะเต๋อ แล้วถ้าข้าตายไปอีกคนไอ้แดงจะอยู่กับใครล่ะ” 3

ข. หาวิธีย้อนกลับไปในอดีตก่อนเวลาที่ตนไปเป็นทหารเพื่ออยู่กับนาคและนาคจะได้ไม่ตาย

“อันนี้น่าสนใจว่ะ แต่ข้าจะไปหาไทม์แมชชีนที่ไหนในพระโขนงหละ” 0

ค. อยู่ๆ กันไปแบบผีกับคนอย่างนี้แหละ

“ก็เข้าท่าดีนะ ไม่เห็นจะต้องไปแคร์ใคร ขนาดแวมไพร์ยังอยู่กับคนได้แล้วทำไมข้าจะอยู่กับนาคไม่ได้วะ” 9

ง. ตัดใจจากนาคแล้วหาเมียใหม่มาเลี้ยงไอ้แดง

“อันนี้ข้าว่านาคไม่ยอมแน่ว่ะ เมียใหม่ของข้าต้องโดนฉีกอกแน่ๆ ข้าเองก็จะพลอยซวยไปด้วย” 2

จ. บวชเป็นพระกับหลวงพ่อที่วัดมหาบุศย์เพื่อลืมๆ เรื่องทางโลกซะ

“เอาหลักธรรมมานำทางให้ก็น่าจะดีนะเต๋อ นาคเองก็จะได้ส่วนกุศลไปด้วย” 7

ฉ. บอกให้นาคเข้าใจแล้วไปผุดไปเกิดซะ

“เต๋อเอ้ยถ้าเป็นข้อนี้ข้าต้องไปเรียนวิชาการโน้มน้าวและสร้างแรงจูงใจมาก่อนว่ะ ปกติข้าไม่เก่งเรื่องแนวๆ นี้ด้วย” 2

ช. ยุให้นาคชอบเต๋อ เผือก ชิน หรือ เอแล้วเอาคนใดคนหนึ่งไปอยู่ด้วยแทนตนเอง

“เองว่าพวกเอ็งสี่คนจะชอบไม๊วะ แล้วนาคจะเอากับพวกเองด้วยหรือวะ” 1

** มากต้องตัดสินใจ **

หลังจากการวิเคราะห์เหตุปัจจัยไปๆ มาๆ ในที่สุดมากก็ตัดสินใจเลือก ข้อ ค. “อยู่แบบผีกับคน” และ ข้อ จ. “บวชเป็นพระ” นอกจากนั้นก็เผื่อใจไว้ว่าถ้าสองข้อต้นไม่ได้เรื่องก็จะใช้ ข้อ ก. “ตายตามนาค” เป็นข้อสุดท้าย

ทั้งนั้นทั้งนี้เต๋อได้โค้ชมากให้หลุดพ้นจากความกลัวอันเนื่องมาจากความคิดที่ว่า “คนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้” ซึ่งในตอนแรกมากเองกลัวแม้กระทั่งไม่กล้าคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป ซึ่งถือว่าเป็น “ความคิดขัดขวางความสำเร็จ” (Performance Interfering Thought) เต๋อได้ใช้เทคนิคการโค้ชที่เปลี่ยนความคิดของมากให้เป็น “ความคิดส่งเสริมความสำเร็จ” (Performance Enhancing Thought) หรือที่เรียกว่าคิดลบเป็นคิดบวกนั่นเอง

โค้ช (เต๋อ) : เฮ้ย มากข้าขอถามอะไรเอ็งอย่าง เวลาที่เอ็งคิดถึงคำพูดของพวกข้าตอนแรกที่ว่าคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้ มันเป็นอย่างไงวะ

โค้ชชี่ (มาก) : ข้าก็รู้สึกกลัวซิวะ โดยเฉพาะตอนคิดไปแล้วข้าดันไปจำภาพที่นาคห้อยหัวลงมา บรื้ออออออ มันหลอนอยู่นะโว้ย ข้าเคยแต่เห็นเมียข้าสวยๆ แต่ตอนนี้มันเสียวๆ แทนว่ะเต๋อ แต่อีกแว๊บหนึ่งข้าก็คิดว่านั่นก็คือนาคคน เอ้ย! ผี ที่ข้ารักสุดหัวใจ ประมาณนี้ว่ะเต๋อ

โค้ช (เต๋อ) : สิ่งที่ข้าได้ยินจากเอ็งก็คือเอ็งกำลังรู้สึกสับสนกับนาคอยู่

โค้ชชี่ (มาก) : ใช่เต๋อ

โค้ช (เต๋อ) : งั้นเอ็งคิดว่าถ้าจะทำมันให้ชัดเจนเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันได้ระหว่างเอ็งกับนาค เอ็งต้องทำอะไรบ้างวะ  

โค้ชชี่ (มาก) : อืมมม อย่างแรกเลยข้าก็ต้องไม่กลัว

โค้ช (เต๋อ) : ข้าก็ว่าใช่ว่ะ เออโดยทั่วๆ ไปเวลาที่เอ็งกลัวมันจะเกิดอะไรขึ้น

โค้ชชี่ (มาก) : เวลาข้ากลัวข้าก็มักจะหนีสิ่งที่ทำให้ข้ากลัว ข้ามักจะไม่ยอมรับ ไม่อยากจะเห็น ไม่อยากจะเจอประมาณนี้

โค้ช (เต๋อ) : งั้นเอ็งคิดว่าเอ็งสามารถควบคุมอะไรได้ ควบคุมอะไรไม่ได้ในเรื่องนี้วะ ดูตัวอย่างไอ้ชินเวลามันเจอนาคสิมันยังไม่กล้าแม้กระทั่งก้าวเท้าเดินเลย

โค้ชชี่ (มาก) : อย่างหนึ่งที่ข้าคิดออกคือข้าต้องทำใจกล้าเข้าไว้ ข้าต้องคิดว่ายังไงๆ นาคก็เมียข้า จะเป็นคนหรือผีข้าก็รักของข้า

โค้ช (เต๋อ) : เอาวะมากงั้นเรามาหาทางออกกัน ข้าดีใจที่อย่างน้อยตอนนี้แอ็งก็ลดความกลัวที่จะคิดถึงมันลงมาได้ระดับหนึ่งแล้ว

** มากลงมือปฏิบัติการตามแผนที่คิดไว้ **

เต๋อทบทวนทางออกทั้ง 3 กับมากเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสิ่งที่มากต้องการตามลำดับดังต่อไปนี้

ลำดับที่ 1. อยู่ๆ กันไปแบบผีกับคนอย่างนี้แหละ

ลำดับ 2. บวชเป็นพระกับหลวงพ่อที่วัดมหาบุศย์เพื่อลืมๆ เรื่องทางโลกซะ

ลำดับ 3. ตายตามนาคไปด้วยเพื่อจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างผีๆ

จากนั้นเต๋อก็เริ่มเจาะไปยังทางเลือกแรกที่มากต้องการที่สุดคือ “ทำอย่างไรมากจึงจะกล้าที่จะอยู่กับนาคแบบคนกับผี” โดยเต๋อใช้การโค้ชให้มากหากลยุทธ์และแผนปฏิบัติการเป็นขั้นเป็นตอนซึ่งทั้งหมดใช้เวลาประมาณเดือนกว่า

1. มากวางแผนเดินทางไปวัดมหาบุศย์เพื่อเก็บตัวให้ห่างจากนาคสักระยะหนึ่งโดยจะมี เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ตามไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย  

2. มากบอกนาคว่าขอตัวลงไปเข้าห้องน้ำข้างล่างหลังจากที่กินข้าวเย็นกันมื้อหนึ่ง โดยมีเผือกช่วยเจาะรูที่โอ่งในห้องน้ำเตรียมไว้แล้ว เมื่อมากลงจากเรือนก็ไปดึงผ้าที่อุดรูที่โอ่งเพื่อหลอกให้นาคตายใจว่ามากกำลังปัสสาวะอยู่จะได้มีเวลาเพียงพอในการหลบหนี

3. กลยุทธ์อย่างหนึ่งที่มากตกลงกับเต๋อคือพยายามทำตัวให้คุ้นเคยกับการกลัวผี มากใช้วิธีรวบรวมกำลังใจและความกล้าในการเข้าไปป่าช้าวัดมหาบุศย์เป็นระยะๆ ในตอนแรกๆ มากก็เอาเพื่อนทั้งสี่คนเข้าไปด้วย ซึ่งก็โดนผีสารพัดรูปแบบในป่าช้าหลอกทั้งห้าคนเป็นประจำวัน เรียกว่าไม่มีวันไหนที่จะไม่มีการวิ่งหนีผีที่ผลัดกันมาหลอกจนป่าช้าราบ

4. เมื่อเวลาผ่านไปซักช่วงหนึ่งมากก็เริ่มคุ้นกับการถูกผีหลอกจนกระทั่งเกิดความกล้าที่จะคุยกับผีบางตนที่ดูใจดี

5. มากเมื่อมีเวลาหลังจากถูกผีหลอก ก็เข้าไปฟังธรรมะกับหลวงพ่อเพื่อเข้าใจการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้มากขึ้น

จนครบหนึ่งเดือนกับ 15 วัน มากกับเพื่อนก็ลาหลวงพ่อและเพื่อนๆ ผีที่ป่าช้าแล้วลงเรือมุ่งไปหานาคที่บ้านริมคลองพระโขนงด้วยความมั่นใจ

ในที่สุดมาก นาค และ ไอ้แดงก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขตามประสาสามคน พ่อ แม่ ลูก อีกครั้งหนึ่ง โดยมีเพื่อนทั้งสี่อาศัยอยู่เป็นเพื่อบ้านฝั่งตรงข้ามคลอง

เย็นวันหนึ่งมากกับเต๋อนั่งกินยาดองที่ซื้อมาจากร้านลูกชายยายเปรียกอยู่ที่ท่าน้ำริมคลองบ้านมากในขณะที่คนอื่นๆ ไปยกสำรับกับข้าวเย็นออกมา

โค้ชชี่ (มาก) : เต๋อ ข้าต้องขอบใจเองจริงๆ ว่ะที่ช่วยเป็นเพื่อนคิดให้ข้าตอนที่ข้าประสาทกิน ตอนนั้นข้าว้าวุ่นสับสนอย่างหาทางออกไม่เจอเลย มันเหมือนอยู่ในอุโมงค์มืดสนิทอย่างไงอย่างนั้น แต่พอเอ็งมาคอยถามโน่นถามนี่ ข้าก็เริ่มเห็นแสงไรๆ ถึงแม้ตอนแรกมันจะริบหรี่ก็ตาม เพราะพอข้าได้คิดมาคิดไปด้วยตัวข้าเองมันก็เริ่มปะติดปะต่อเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น ว่าแต่ว่าเองไปได้ความรู้การโค้ชอะไรนี่มาจากหลวงพ่อวัดไหนวะ

โค้ช (เต๋อ) : ไม่ได้มาจากวัดโว้ย ข้าเรียนมากับโค้ชเทอดทูน สถาบันการโค้ชไทย ตั้งแต่ก่อนถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ตอนนี้ข้าก็ลองเอาวิชามาใช้กับเอ็งดูไง

จบบริบูรณ์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s